ความท้าทายในการทัวร์พม่าสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้แสวงหาการผจญภัย

ตอนนี้พม่ากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้ว ประเทศนี้เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยที่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวในอีกหลายส่วนของประเทศยังไม่เป็นที่ค้นพบ

ความท้าทายในการทัวร์พม่าสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้แสวงหาการผจญภัย โรงแรมและเกสท์เฮ้าส์ต่างๆ ในพม่ากำลังเริ่มตั้งไข่ แต่คุณก็จะหาที่พักดี ๆ ได้ไม่ยากนัก ส่วนชาวท้องถิ่นที่กำลังเรียนรู้เรื่องนักท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยวนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่เป็นมิตรที่สุดเท่าที่คุณจะพบได้

เมืองต่าง ๆ ในพม่านั้นสับสนวุ่นวาย และเต็มไปด้วยประวัติอันยาวนาน ในขณะที่ชนบทของประเทศเป็นสวรรค์ของผู้รักการผจญภัยกลางแจ้ง และยังมีทะเลสาบขนาดยักษ์ที่เป็นแหล่งลี้ภัยจากความวุ่นวายที่อยู่ล้อมรอบ ภาคเหนือของพม่ากำลังเปิดประตูอย่างช้า ๆ โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวผ่านเข้าไปได้ ส่วนทางใต้ก็กำลังปลดเคอร์ฟิวและกลายเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและผู้รักชายหาด ที่นี่มีกิจกรรมและทิวทัศน์ที่หลากหลายซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทัวร์พม่าเป็นประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่มีเวลาไหนจะน่าตื่นเต้นที่ได้ไปเยี่ยมชมเท่ากับตอนนี้อีกแล้ว

1. จัดเวลามากกว่า 1 สัปดาห์ในการเที่ยวเที่ยวชม

การเที่ยวพม่าควรต้องใช้เวลามากกว่า 1 สัปดาห์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สะดวกนักและเส้นทางที่ยาวไกล 1 สัปดาห์ดูจะรีบร้อนเกินไปและยังเที่ยวได้ไม่ทั่ว หากคุณมีเวลา 2 หรือ 4 สัปดาห์ให้วางแผนเส้นทางท่องเที่ยวรอบ ๆ แหล่งท่องเที่ยวหลัก 4 แห่ง โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักแห่งและบินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง

2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อม ๆ กับชอปและกินให้กระจายในย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง เป็นเมืองขนาดกะทัดรัดที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากยุคอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองชวนให้ระลึกถึงอดีตที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในขณะที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองอร่ามเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาอันรุ่งเรือง ที่นี่ชุมชนชาวจีน เนปาล และอินเดียตั้งอยู่เคียงข้างชุมชนชาวพม่า และเป็นที่มาของร้านอาหารที่หลากหลาย แหล่งช็อปปิ้งที่มีให้เลือกมากมาย และการผสมผสานทางวัฒนธรรมอันดี แต่ถ้าอยากจะหลีกหนีจากทุกสิ่ง ให้ลองนั่งรถไฟสายย่างกุ้ง เซอร์เคิล ไลน์ ราคา 30 กว่าบาท ที่เริ่มต้นจากสถานีหลักในตัวเมือง รถไฟสายนี้ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงด้วยความยาว 45 กิโลเมตรผ่าน 39 สถานีตามหมู่บ้านและไร่นาซึ่งจะเป็นหน้าต่างให้คุณได้เห็นชีวิตประจำวันของชาวพม่าที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศ

3. หลงทางในวัดที่พุกาม

พุกาม ดินแดนลึกลับเหนือกาลเวลานี้เป็นที่ตั้งของวัดกว่า 2,000 แห่งที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวยงาม ไปจนถึงวัดเล็ก ๆ ที่สร้างอย่างประณีตบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ที่นี่ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (ประมาณ 600 บาทต่อวัน) แต่การขี่จักรยาน (ประมาณ 90 บาทต่อวัน) เป็นวิธีเดินทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและทำตัวกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย การนั่งบอลลูนลอยฟ้าก็เป็นทางเลือกที่นิยมกันในการชมวิวอันน่าตื่นตะลึงของวัดที่ดูมากมายเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดจากมุมสูง

4. ค้นพบความสงบและประเพณีดั้งเดิมที่ทะเลสาบอินเล

ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า) เป็นดั่งกระจกเงาสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงดงามของหมู่บ้านเล็ก ๆ เขื่อนที่สร้างด้วยมือและคลองที่ใช้คนขุด ที่นี่ยังคงรักษาประเพณีเก่าแก่ (รวมทั้งชาวประมงที่พายเรือด้วยเท้าข้างเดียว) บรรยากาศเงียบสงบ และการค้าแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และสวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล หากอยากชมทะเลสาบแบบสงบเงียบไม่ต้องฝ่าผู้คนเราขอแนะนำให้รีบไปแต่เช้า

5. ลิ้มลองของอร่อย และหัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันงดงาม

มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันหลากหลายให้ทำจนล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการชมวิวเมืองจากยอดเขามัณฑะเลย์ หลังจากที่ตะลอนทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ และหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มลองอาหารใหม่ ๆ จากร้านแผงลอยสองข้างทางซึ่งมีมากมายจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งเมือง และหัวเราะให้สนั่นกับพี่น้องหนวดนักเล่นตลกการเมืองที่จัดการแสดงตลกทุกวันในบ้านของครอบครัว การเดินทางที่งดงามราวภาพวาดนี้ขาดไม่ได้ที่จะต้องไปชมสะพานอูเบ็งซึ่งเป็นสะพานไม้เก่าแก่ความยาว 1.2 กิโลเมตรอันสวยงาม หรือขี่จักรยานท่องไปกับไกด์ทัวร์ในชนบทของมัณฑะเลย์ซึ่งคุณจะได้เห็นเมืองหลวงเก่าของพม่าแห่งนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งนอกเหนือไปจากถนนฝุ่นฟุ้งอันแสนวุ่นวาย

6. ไปเดินป่าหลาย ๆ วัน และนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด

ถ้าการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังเร้าใจไม่เพียงพอ ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในพม่า รถไฟสายที่จะทำให้คุณใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองลงมาให้ได้ เพราะความสูงที่น่าเสียวไส้จะทำให้คุณลืมไม่ลงไปเลยทีเดียว

7. ลงใต้ไปเยือนเกาะสวรรค์

เพราะเขตทางเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปได้ ทางใต้จึงเป็นที่ ๆ เข้าถึงได้ง่ายกว่าเพราะได้เปิดให้เที่ยวชมได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งและทวายเป็นเส้นทางที่ไม่มีอะไรเทียบได้และให้บรรยากาศท้องถิ่นสุด ๆ ซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าอัศจรรย์ เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่งดงามเหลือเชื่อโดยคุณสามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือและทัวร์แบบค้างคืนหลาย ๆ วันไปยังสวนสวรรค์เขตร้อนที่แสนบริสุทธิ์และจุดดำน้ำใหม่ที่ใคร ๆ ก็อยากมา

8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี

คุณมีสองทางเลือกคือ ฤดูท่องเที่ยวในเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแต่มีนักท่องเที่ยวล้นหลามและตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างเดือนกุมภาพันธ์/มีนาคม ถึง พฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าแต่อากาศก็ร้อนเหลือเกิน ลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!

9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ ๆ สำหรับจ่ายโรงแรม อื่น ๆ จ่ายด้วยเงินจ๊าด

ในพม่าคุณต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ ๆ ซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเปลี่ยนเงินใกล้บ้าน หรือในกรุงเทพฯ จากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดได้ที่สนามบิน เกสท์เฮ้าส์ หรือธนาคารในพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่น ๆ ตามทาง เช่น อาหาร ค่าเดินทาง และของที่ระลึก ในพม่ามีตู้เอทีเอ็มเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น มัณฑะเลย์ และย่างกุ้ง แต่สำหรับที่อื่น ๆ ให้เตรียมเงินสดไว้ในมือให้เพียงพอและอย่าลืมสำรองไว้ด้วยเผื่อในกรณีที่บัตรของคุณกดเงินจากเอทีเอ็มไม่ได้

10. ร้องเพลงฆ่าเวลาขณะเดินทาง

รักจะเที่ยวพม่าต้องเรียนรู้ที่จะสนุกไปกับการเดินทางบนรถบัสอันยาวนาน เพราะเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วประเทศ รถบัสหลายคันจะออกตอนบ่ายแก่ ๆ โดยคุณจะไปถึงที่หมายในตอนค่ำ หรือเช้ามืดวันรุ่งขึ้น บนรถบัสมักจะมีคาราโอเกะไว้บริการและบางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถออกไปจนถึงที่หมายเลยทีเดียว